Thursday, May 15, 2008

"เขา"

กลับมาดูบล็อกตัวเองอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้แยแสมาเป็นเวลาปีกว่า แต่หากนับจากบล็อกตอนสุดท้ายที่เป็นชิ้นเป็นอันจริงๆ เวลาที่บล็อกถูกทิ้งร้างจะยาวนานถึง 2 ปีกว่า แต่ดูท่าบล็อกอื่นๆก็ไม่ต่างกันซักเท่าไหร่นะครับ เวลานี้ชุมชนบล็อกเกอร์ก็เงียบเหงาไปเยอะมาก นับตั้งแต่ม็อบพันธมิตรสมัยทักษิณยังเป็นนายกฯ ชาวบล็อกเกอร์ค่อยๆ ทยอยหายหน้าหายตาไปทีละคน จนกระทั่งปัจจุบัน แม้บางช่วงเวลาจะมีกิจกรรม Blog Tag เข้ามาสร้างกระแสได้ซักพัก แต่ก็ยังกระแสก็ยังคงไม่มีแรงพอที่จะทำให้ชุมชนบล็อกเกอร์กลับมาคึกคักอีกครั้ง ตอนเริ่มเขียนบล็อกแรกๆ ผมเคยคิดว่าอีก 10 ปี ข้างหน้าบล็อกเราจะเป็นอย่างไร คิดไปก็ด่าตัวเองไป (หอยเอ๊ย! ไม่ถึง 2 ปี มึงก็เลิกเขียนแล้ว นับประสาอะไรกับ 10 ปี) แต่ไม่เป็นไร เพราะตอนนี้ผมกะว่าจะพยายามสลัดไล่ตัวขี้เกียจออกไปให้ได้ แล้วกลับมานั่งเขียนอะไรที่มันมีสาระจริงๆ? อีกครั้ง

เพื่อเป็นการต้อนรับการกลับมาของตัวเอง และถือเป็นการเคาะสนิมไปในตัว ก็เลยจะประเดิมด้วยประเด็นอุ่นๆ ในวงการอินเตอร์เน็ต ที่ไม่เป็นข่าวกระแสหลัก หรือเป็นก็ไม่อาจทราบได้ เพราะตอนนี้ผมนับครั้งที่ดูข่าวทีวีได้ด้วยจำนวนนิ้วมือข้างเดียว หมึกกระดาษหนังสือพิมพ์ไม่เคยได้แอ้มมือผมซักครั้งในรอบครึ่งปีที่ผ่านมา

ประเด็นที่ผมว่าก็คือกรณีการแสดงความคิดเห็นของผู้เล่นของเว็บบอร์ดแห่งหนึ่งที่เป็นที่รวมของ “นักกฎหมาย” ที่มากที่สุดก็น่าจะว่าได้ ต่อกรณีของ "เขา" ที่ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่ง เว็บบอร์ดแห่งนั้น แต่ก่อนเคยที่เป็นที่ที่นักกฎหมายมาพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อเตรียมสอบเนติบัณฑิต เป็นบอร์ดที่เต็มไปด้วยความรู้และน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ผมก็เข้าไปเล่นบ่อยๆ โพสก์ตอบบ้างเป็นบางครั้ง แต่ก็น้อยมาก จนกระทั่งวันหนึ่ง

"เขา" ถูกแจ้งความด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เนื่องจากไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี ประเด็นที่ผมคิดว่าคนที่เป็นนักกฎหมายน่าจะถกเถียงกันได้แก่ การกระทำของ "เขา" เป็นความผิดตามกฎหมายใดหรือไม่ อย่างไร การไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นการกระทำที่เป็นการหมิ่นพระบรมฯหรือไม่ หรือ ข้อกล่าวอ้างของ “เขา” ที่ว่ากฎหมายที่บังคับให้บุคคลต้องยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นกฎหมายที่ละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ฟังขึ้นหรือไม่

เอาแค่ประเด็นที่หลักๆนะครับยังไม่รวมข้อเท็จจริงอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกัน ซึ่งหากลองไปดูบทสัมภาษณ์ของ “เขา” ที่ประชาไท ก็จะพบว่ามีประเด็นข้อกฎหมายมากมายที่นักกฎหมายน่าจะสนใจ

แต่ผมกลับพบว่าความคิดเห็นที่ถูกโพสก์ขึ้นมาเกือบทั้งหมด เป็นคำผรุสวาทบ้าง ไล่ให้ไปตายบ้าง ไล่ให้ไปอยู่ประเทศอื่นบ้าง ถ้าเป็นที่อื่น หรือบอร์ดอื่นผมจะไม่ฉงนฉงายแต่ประการใด แต่นี่เป็นบอร์ดที่ “นักกฎหมาย” มารวมกันอยู่แต่กลับไม่มีใครพูดถึง "กฎหมาย" เลย ราวกลับว่าประเทศนี้ไม่มีกฎหมาย ไม่ใช่นิติรัฐ บอร์ดนักกฎหมายกลับกลายเป็นศาลเตี้ยที่พิพากษา “ประหารชีวิต” ให้ “เขา” เสร็จสรรพ โดยไม่แม้แต่จะชายตาดูคำให้การที่ “เขา” พยายามจะพูด


ที่น่าจะตลกร้ายไปกว่านั้น คือผู้ที่แสดงความคิดเห็นคือ ว่าที่ผู้พิพากษา ว่าที่อัยการ ที่จะเข้าไปทำหน้าที่ประสิทธิประสาทความยุติธรรมให้แก่บ้านนี้ เมืองนี้ ในอนาคต

ซึ่งผมไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าถ้า "เขา" ถูกส่งฟ้องศาลแล้วคำตัดสินจะเป็นอย่างไร

ปล.ขออภัยต่อ “เขา” ที่ผมไม่มีความกล้าหาญพอที่จะเอ่ยชื่อในบล็อกนี้ได้

3 comments:

Mr.GELGLOOG said...

เขาที่คุณก็รู้ว่าใคร 5555

เด๋วไว้ขึ้นไปลำปางแล้วเจอกันเน้อ

sweetnefertari said...

แล้วมันยังไงกันล่ะเนี่ย --"

Anonymous said...

กฏหมายเกิดจากการบังคับให้คนมีคุณธรรมที่มีข้อบังคับเป็นรูปธรรม ในความคิดของผม

เรื่องของ "เขา" คนนี้อาจจะไม่ผิดตามกฏหมาย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีประโยชน์ใดๆหากจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และความเคารพ ของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศนี้

และดูเหมือนว่าจะส่งผลเสียมากกว่าดี บนประเทศที่ไม่เคยได้รับความเจ็บปวดใดๆจากต่างชาติ ไม่เคยเป็นเมืองขึ้น ไม่เคยเสียอาณานิคม ที่ประชาชนไม่เคยเห็นเรื่องบ้านเรื่องเมืองเป็นเรื่องสำคัญที่ควรตระหนัก